มองผ่านเลนส์ EIA : เลือกกระจกอย่างไร? ไม่ให้โดนสั่งแก้สเปกทั้งโครงการ

EIA หรือ Environmental Impact Assessment คือ กระบวนการประเมินผลกระทบที่โครงการอาจมีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ตั้งแต่สภาพแวดล้อมก่อนพัฒนา การประเมินผลกระทบ ไปจนถึงมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบภายหลัง

สำหรับโครงการอาคาร กระจกถือเป็นส่วนสำคัญของเปลือกอาคาร เพราะส่งผลทั้งต่อแสงสะท้อน ความร้อน การใช้พลังงาน ความสบายภายในอาคาร และความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับพื้นที่โดยรอบ อย่างไรก็ตาม ไม่มีกระจกชนิดใดที่ติดป้ายว่า “ผ่าน EIA” ได้โดยอัตโนมัติ เพราะการพิจารณาจะดูองค์ประกอบของทั้งโครงการ รวมถึงที่ตั้ง รูปทรงอาคาร ทิศทางของฟาซาด สภาพแวดล้อม และมาตรการที่ระบุไว้ในรายงานของแต่ละโครงการ

3 เกณฑ์หลักของกระจกที่ EIA ให้ความสำคัญ
การพิจารณากระจกสำหรับโครงการ EIA ไม่ควรดูเพียงว่ากระจกกันความร้อนได้ดีหรือไม่ แต่ต้องอ่านค่าหลายตัวร่วมกัน เพื่อให้กระจกสามารถลดความร้อน รับแสงธรรมชาติ และไม่สร้างแสงสะท้อนรบกวนพื้นที่โดยรอบ

1. VLR Out : กระจกสะท้อนแสงออกไปมากแค่ไหน
VLR Out หรือ Visible Light Reflection (OUT) คือค่าที่บอกว่ากระจกสะท้อนแสงที่ตามองเห็นกลับออกสู่ภายนอกมากเพียงใด โดยทาง EIA กำหนดสเปกกระจกให้มีค่า VLR Out ไม่เกิน 10–15% ยิ่งค่าการสะท้อนแสงสูง ผิวกระจกก็ยิ่งดูเงาคล้ายกระจกเงา และอาจสะท้อนแสงไปยังผู้ใช้ถนน อาคารข้างเคียง หรือพื้นที่พักอาศัยโดยรอบ จนสร้างความรำคาญได้

2. SHGC : ความร้อนจากแสงอาทิตย์ผ่านกระจกเข้ามาเท่าไร
SHGC หรือ Solar Heat Gain Coefficient คือค่าที่บอกสัดส่วนความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ที่ผ่านระบบกระจกเข้าสู่ภายในอาคาร เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาสำหรับกระจกอาคารกำหนดให้มีค่า SHGC ไม่เกิน 0.55 ยกตัวอย่างเช่น กระจกที่มีค่า SHGC เท่ากับ 0.50 หมายความว่า พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ประมาณ 50% สามารถ ส่งผ่านกระจกเข้าสู่ภายในได้ ส่วนที่เหลือจะถูกสะท้อนหรือดูดกลืนไว้โดยระบบกระจก โดยทั่วไป ค่ายิ่งต่ำ กระจกยิ่งช่วยลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี ซึ่งช่วยลดภาระของระบบปรับอากาศ ส่งเสริมประสิทธิภาพด้านพลังงาน และเพิ่มความสบายให้แก่ผู้ใช้อาคาร

3. LSG : รับแสงได้มาก เมื่อเทียบกับความร้อนที่ผ่านเข้ามา
LSG หรือ Light to Solar Gain คือค่าที่แสดงความสามารถของกระจกในการรับแสงธรรมชาติ เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามา โดยกำหนดให้กระจกควรมีค่า LSG ตั้งแต่ 1.20 ขึ้นไป ยิ่งค่า LSG สูง แสดงว่ากระจกสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้ดี เมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่ยอมให้ผ่านเข้าสู่อาคาร จึงเหมาะกับงานออกแบบที่ต้องการความโปร่งสว่าง แต่ยังต้องควบคุมความร้อนและลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ

สรุปตัวเลขที่ควรเช็กก่อนกำหนดสเปก
• VLR Out : ควรอยู่ประมาณ 10–15% หรือตามเพดานที่รายงานของโครงการกำหนด
• SHGC : ไม่เกิน 0.55
• LSG : ตั้งแต่ 1.20 ขึ้นไป

กระจกที่เหมาะกับ EIA ต้องดีทั้งต่ออาคารและพื้นที่รอบข้าง
การเลือกกระจกสำหรับโครงการจึงไม่ใช่การแข่งขันหากระจกที่มีค่าต่ำที่สุดเพียงค่าเดียว แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมความร้อน การรับแสงธรรมชาติ การลดแสงสะท้อน และความงามของฟาซาด เพราะกระจกที่ดีไม่ควรเพียงช่วยให้อาคารดูสวยในแบบ แต่ต้องทำงานได้ดีเมื่ออาคารตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองจริงด้วย BSG GLASS พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางเลือกกระจกตามความต้องการของแต่ละโครงการ เพื่อให้สถาปนิกและนักออกแบบสามารถกำหนดสเปกได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงในการแก้ไขแบบ และพัฒนาอาคารที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน