กระจก Heat Strengthened แตกแล้วเป็นอย่างไร? ทำไมถึงเป็นตัวท็อปในงานกระจกอาคารสูง

เมื่อพูดถึงกระจกสำหรับอาคารและบ้านพักอาศัย คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกับ "กระจกธรรมดา" หรือ "กระจกเทมเปอร์" แต่ในวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบอาคารสูง ยังมีกระจกอีกประเภทหนึ่งที่เป็น "พระเอกตัวจริง" ในงานกระจกอาคาร นั่นคือ กระจก Heat Strengthened หรือ กระจกกึ่งนิรภัย เหตุใดสถาปนิกระดับโลกถึงเลือกใช้กระจกประเภทนี้บนตึกสูงเสียดฟ้า? วันนี้ BSG GLASS จะพาทุกท่านไปหาคำตอบอย่างละเอียด

1. ทำความรู้จัก กระจกกึ่งนิรภัย (Heat Strengthened Glass)
กระจก Heat Strengthened หรือกระจกกึ่งนิรภัย คือกระจกที่ผ่านกระบวนการปรับแต่งความร้อน คล้ายกับกระจกเทมเปอร์ แต่ถูกนำมาผ่านกระบวนการคูลลิ่ง หรือทำให้เย็นลงช้ากว่าเทมเปอร์ แต่เร็วกว่ากระจกธรรมดา ส่งผลให้เกิดความเค้นที่ผิวหน้ากระจกในระดับที่พอเหมาะ
ผลลัพธ์ที่ได้คือ กระจกที่มีความแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดาประมาณ 2 เท่า รับแรงลมและแรงกดอากาศได้ดีเยี่ยม จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับอาคารสูงที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนตลอดเวลา
2. เจาะลึกลักษณะเฉพาะเมื่อเกิดการแตก
จากวิดีโอทดสอบและเจาะลึกของ BSG GLASS (สภาพกระจก Heat Strengthen หลังการแตก) เราจะได้เห็นพฤติกรรมการแตกของกระจกกึ่งนิรภัยชัดเจนขึ้น
แตกเป็นชิ้นใหญ่ วิ่งเข้าขอบ และมีความคม : แตกต่างจากกระจกเทมเปอร์ที่เวลาแตกจะเป็นเม็ดข้าวโพดเล็ก ๆ ทันที กระจก Heat Strengthened จะแตกเป็นรอยร้าวชิ้นใหญ่ ซึ่งปากรอยแตกยังคง มีความคมคล้ายกระจกธรรมดา
ยังคงคาอยู่ในเฟรม : นี่คือ "จุดแข็งที่สุด" ของกระจกประเภทนี้! เมื่อกระจก Heat Strengthened เกิดการแตก สายรอยร้าวจะวิ่งสลายพลังงานไปทั่วแผ่น แต่ ชิ้นกระจกขนาดใหญ่จะยังคงขัดแน่นและคาอยู่ในเฟรมเดิม ไม่ร่วงกราวลงมาทันที ต่างจากกระจกเทมเปอร์แผ่นเดียวที่เมื่อแตกแล้วจะหลุดร่วงลงมาจากอาคารสูง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งต่อคนที่เดินอยู่ด้านล่าง

3. ทำไมต้อง Heat Strengthened? (จุดเด่นที่เหนือกว่า)
นอกจากเวลากระจกแตกจะวิ่งเข้าขอบ ทำให้คาอยู่ในเฟรมเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว กระจก Heat Strengthened ยังมีจุดเด่นทางวิศวกรรมอาคารสูงอีกหลายประการ :
1. ต้านทานแรงลมและแรงความร้อนได้ดี : แข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา 2 เท่า รับแรงลมกระโชกบนตึกสูงได้เป็นอย่างดี
2. ไม่มีปัญหาการแตกเอง : กระจกเทมเปอร์อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยในการเกิด "Self-Explosion" หรือโอกาสการระเบิดเองจากสารนิเกิลซัลไฟด์ (Nickel Sulfide) ตกค้าง แต่สำหรับกระจก Heat Strengthened จะไม่มีความเสี่ยงเรื่องการแตกเอง นี้เลย ทำให้ปลอดภัยและประหยัดค่าบำรุงรักษาอาคารระยะยาว
3. ผิวหน้าเรียบ สวยงาม ไร้เงาบิดเบี้ยว : เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนแบบค่อยเป็นค่อยไป ผิวหน้าของกระจกจึงเกิดอาการคลื่นลอน (Roller Wave distortion) น้อยกว่ากระจกเทมเปอร์ ภาพสะท้อนจากภายนอกอาคารจึงดูสวยงาม เคลียร์ชัด และไม่หลอกตา

4. เปรียบเทียบกระจก 3 ประเภทเมื่อเกิดการแตก
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ลองดูการเปรียบเทียบพฤติกรรมการแตกของกระจกทั้ง 3 ประเภท

คุณสมบัติ กระจกธรรมดา (Annealed) กระจกเทมเปอร์ (Tempered) กระจก Heat Strengthened (HS)
ความแข็งแรง ระดับมาตรฐาน (1x) สูงมาก (4x - 5x) ปานกลาง (2x)
พฤติกรรมเมื่อแตก แตกเป็นปากฉลาม ชิ้นใหญ่ คมมาก แตกเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด แตกเป็นชิ้นใหญ่ ปากรอยแตกมีความคม
สภาพหลังการแตก หลุดร่วง อันตรายมาก ร่วงกราวลงมาทันที ขัดแน่นและคาอยู่ในเฟรม
การแตกเอง (Nickel Sulfide) ไม่มี มีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับคุณภาพของกระจก ไม่มี

5. ข้อควรระวังและการนำไปใช้งาน
แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ด้วยลักษณะการแตกที่เป็นชิ้นใหญ่และยังมีความคม กระจก Heat Strengthened แผ่นเดี่ยว จึงไม่ใช่กระจกนิรภัยตามกฎหมาย หากนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายได้
• คำแนะนำสำคัญ - ต้องใช้เป็น "กระจกลามิเนต" : ในการใช้งานอาคารสูง ผู้เชี่ยวชาญจะนำกระจก Heat Strengthened จำนวน 2 แผ่น ประกบเข้าด้วยกันโดยมีฟิล์ม PVB หรือ STG อยู่ตรงกลาง ซึ่งเมื่อกระจกแตก รอยร้าวชิ้นใหญ่จะถูกฟิล์มยึดไว้ + แผ่นกระจกจะขัดกันคาอยู่ในเฟรม เกิดเป็นระบบความปลอดภัยสูงสุดที่กระจกไม่ร่วงลงมาจากอาคารแน่นอน!
• พื้นที่ที่เหมาะสม : ผนังกระจกอาคารสูง (Curtain Wall), กระจกหลังคา/สกายไลท์ (Skylight), กระจกอาคารที่ต้องการลดภาพสะท้อนบิดเบี้ยว

สรุปและคำแนะนำจาก BSG GLASS
การเลือกกระจกสำหรับงานอาคาร ไม่ใช่แค่เรื่องของการดูว่า "แผงไหนแข็งแรงกว่ากัน" เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของวิศวกรรมอาคารสูงคือการประเมินว่า "เมื่อกระจกแตกแล้ว มันจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนรอบข้างอย่างไร" กระจก Heat Strengthened Laminated จึงถือเป็นทางออกที่ลงตัวที่สุดสำหรับโครงสร้างอาคารยุคใหม่ ทั้งในเรื่องความสวยงาม ความต้านทานแรงลม และความปลอดภัยสูงสุดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

📩 ต้องการคำปรึกษาในการเลือกประเภทกระจกและคำนวณความหนาสำหรับโครงการอาคารสูง ทีมงานสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกจาก BSG GLASS พร้อมให้คำแนะนำทุกขั้นตอน